สยามเว็บโฮส โฮสติ้งดี ราคาถูก

วัตถุประสงค์การก่อตั้งฯ
ห้องพระ-ชำระจิตใจ
เรื่องสั้น-บทความ
บทกลอน-บทกวี
เกมส์ออนไลน์
ตำหนักเพลงไทยเดิม
เซียมซีเสี่ยงโชค
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
กระดานซื้อ-ขายสินค้า
ฟรีอีเมล์เนื้อที่ 5 MB
ติดต่อ นายทะเบียน
Add to Favorites

ทั่วโลก www
ชมรมเว็บเพจไทย

Power by Google!
สนับสนุนพื้นที่ Hosting

สยามเว็บโฮสดอทคอม
สนับสนุนค่าโดเมนเนม

www.prakunpai.com

 

มุมพักผ่อน ==> เรื่องสั้น / บทความ / ประสพการณ์ชีวิต

"ฆาตกร"


โดย...ภัรกรณ์ คำแหง

           อาการปวดหัวตุบๆหมอบอกว่าอาจจะเจอได้บ่อยในวัยใกล้เลขสี่อย่างผม โดยเฉพาะตำแหน่งงานที่รับผิดชอบอยู่ก็เป็นปัจจัยเสริมได้อย่างมาก ผมใช้หัวแม่โป้งกดคลึงที่ขมับทั้งสองข้างหลับตาสนิทหายใจเข้าปอดลึก ๆตามคำแนะนำของแพทย์ สลัดความคิดวุ่นวายต่าง ๆทิ้งไป นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องบ้า ๆหรือเหตุการณ์อุบาทย์ที่เกิดขึ้นในที่ทำงานของผม โดยเฉพาะที่ผมนั่งบริหารงานอยู่ในฐานะเจ้าของ ฐานะผู้จัดการ และอีกหลายตำแหน่ง ผมอาจจะไปพักผ่อนต่างจังหวัดซักสองสามวันเพื่อให้หายเครียดลงกว่านี้ แต่หลังจากไปพบแพทย์มาแล้วผมรู้สึกดีขึ้น

           "อาการของคุณ เกิดอาการทางประสาทอ่อน ๆ หากเป็นมากกว่านี้อาจต้องบำบัดทางจิตด้วย" ผมเหวี่ยงผ้าห่มออกจากตัวเหลือบมองนาฬิกาที่ระลึกซึ่งได้มา ตอนขึ้นบ้านใหม่ มันวางอยู่ใกล้รูปพ่อ ใกล้สามโมงเช้าแล้ว พ่อเป็นคนที่ผมรักมากที่สุดและใจดีที่สุด แต่ท่านตายไปนานแล้ว ผมแอบเสียใจลึก ๆ ซองพลาสติกใส บรรจุยาเม็ดสีขาวเล็ก ๆ ผมบรรจงหยิบออกมาสองเม็ด ไม่ทันที่จะล้างหน้าหรือลุกจากเตียง มันถูกกระเดือกลงคอพร้อมกลืนน้ำลายตาม อาการจุกของหลอดอาหาร ESOPHAGUS เกิดขึ้นเนื่องจากไม่ได้กินน้ำตามลงไปด้วย ผมรู้สึกเหมือนเม็ดยายังติดอยู่ที่บริเวณกระเดือก สองเม็ดนี้คงทำหน้าที่แก้ไขอาการแฮงค์โอเวอร์ได ้สักครึ่งวัน ผมอาจจะขี้เหนียวเกินไปที่ไม่หาคู่ครอง มันคร้านจะรำคาญกับความจุกจิกของผู้หญิงและพ่อผมเคยบอกเสมอให้ประหยัด เหตุนี้กระมังพ่อจึงสามารถ ก่อตั้งบริษัทผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปได้สำเร็จ มันเป็นมรดกชิ้นงามชิ้นเดียวตกทอดมาถึงมือผมทั้งกลมโดยไม่เล็ดลอดไปไหนหลังจากที่พี่สาวผมตายเพราะอุบัติเหตุ บริษัทที่เป็นความภาคภูมิใจเป็นที่สุดของตระกูล ผมได้นั้งอยู่ในตำแหน่งเจ้าของกิจการและผู้บริหาร

           สงสัยยาที่กินเข้าไปยังไม่ออกฤทธิ์หัวยังมึนตึบความเครียดทวีคูณ บ้าจริงภายในบริษัทผมเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น มันอาจไม่เกี่ยวกับผม แต่วันนี้เรื่องยุ่ง ๆคงติดตาม เข้ามาอีกเป็นพะเรอเกวียน ผมยังแฮงค์เพราะตื่นก่อนเวลาและพักผ่อนไม่เต็มที่ ยามโทรมาปลุกตอนตีห้าเพื่อบอกเรื่องที่เกิดขึ้น ตำรวจโทรตามมาติด ๆบอกว่ากำลังปิดกั้น สถานที่เกิดเหตุและรอกองพิสูจน์หลักฐานในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ผมแกล้งรีบไปยังที่เกิดเหตุทั้ง ๆที่ช่วยอะไรตำรวจไม่ได้มาก กว่าจะได้กลับมานอนก็เกือบสว่าง ไม่นึกว่าเผลอ หลับไปได้ยังไงป่านนี้บริษัทเล็ก ๆคงจะวุ่นวายและรอผมอยู่เพื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างเป็นแน่

.....................................................

           การจราจรในเมืองแย่มาก รถติดเป็นบ้าเป็นหลัง ระยะทางจากบ้านถึงบริษัทผมจำได้ดี จำได้แม้กระทั่งจังหวะของสัญญาณไฟจราจรตามแยกต่าง ๆ รถเบนซ์รุ่น 240Dสีบรอนเคยเป็นของพ่อมาก่อน มันอาจจะดูเก่าไปหน่อยแต่ยังใช้ได้ดีและความเป็นเบนซ์ตอกย้ำถึงฐานะและสถานะ รถหักเลี้ยวเข้าจอดภายในที่ ๆจัดไว้เฉพาะ ผมพาใบหน้าเคร่งเครียดก้าวลงมาจากตำแหน่งคนขับ ไม่เคยมีใครขับรถถูกใจผมเลยและเบนซ์รุ่นโบราณคันนี้มันคงไม่เหมาะที่จะมีคนขับเท่าไหร่ อีกทั้งผมไม่เคยสนิทใจ กับใครที่ขับรถให้ผมนั่ง ที่สำคัญอีกอย่างผมไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ใครในตำแหน่งนี้

           อุณหภูมิในห้องประชุมปรับไว้ที่ 24 องศาเซลเซียส มันร้อนเกินไปเสียแล้ว ไอ้ตำแหน่งเจ้าของกิจการเนี่ยมันค้ำคอจริง ๆอะไรก็ต้องลงที่ผม ตั้งแต่เรื่องขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง เด็กในโรงงานเป็นแผลนิดหน่อยก็โทษระบบความปลอดภัยในโรงงานไม่ดี เดี๋ยวไม่ได้ ISO เครื่องจักรขยี้มือคนงานก็ลงที่ผม ครั้งนี้เห็นจะหนักที่สุด มีคนถูก ฆ่าตาย ฆาตกรอำพรางศพไว้ในถังขยะหลังโรงงาน สะเทือนขวัญแก่ผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ยิ่งนัก โดยเฉพาะบรรดาสาวโรงงานครึ่งร้อยชีวิตที่มีอยู่ บัดนี้เพื่อนของเธอได้ตาย ไปแล้วคนนึง สุดท้ายที่ผมอีกนั่นแหละ บางทีเสร็จเรื่องนี้ผมอาจจะแต่งตั้งคนที่ตัดสินใจและรับหน้าเสื่อแทนผมได้สักคน ประเภทผู้จัดการทั่วไป หรือผู้จัดการโรงงานอะไร เทือกนี้แหละ

           ไม่อาจคิดไปได้ไกลกว่านี้ ห้องประชุมบัดนี้กลายเป็นห้องข่าว ห้องรวบรวมข้อมูล ห้องสืบสวนสอบสวน แสงแฟล๊ตจากกล้องถ่ายรูปสว่างวาบเป็นระยะ พรุ่งนี้หรือ บ่ายแก่ ๆของวันนี้ภาพของผมหรือภาพของศพนั่นคงปรากฎในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เป็นแน่

           “เรื่องนี้เป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัวครับ”
           “เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ธรรมดาครับ”
           “ผมสันนิฐานว่าฆาตกรอาจจะข่มขืนเธอ แล้วปลดทรัพย์ แล้วทิ้งศพเธอไว้…..”
           “ผมไม่ทราบรายละเอียด ได้ขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่……..”

           ผมจะตอบคำถามแบบไหนก็ได้ในทำนองที่ว่า ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เกี่ยว
ไม่รู้อะไรทั้งนั้นผมเป็นแค่เจ้าของกิจการ เรื่องที่เกิดขึ้นมันฆ่ากันตายธรรมดา แต่มันไม่น่าเกิดขึ้นในโรงงานซึ่งมีรั้วรอบขอบชิดอย่างนี้

……………………………

           เจ้าหน้าที่ในชุดสีกากีและชุดนอกเครื่องแบบเดินนำผมไปยังสถานที่เกิดเหตุ ศพถูกยกออกไปแล้ว เชือกสีเหลืองถูกดึงกันอาณาบริเวณไว้รอบ ๆถังขยะประมาณ 30 เมตร กลิ่นเหม็นโชยเข้าจมูกตุ ๆ กลิ่นเหม็นขนาดนี้คงจะปกปิดกลิ่นศพได้หากไม่มีชิ้นส่วนของศพโผล่ออกมา มันเหม็นเข้าจมูกเป็นระยะมากับกระแสลม เหม็นมากเหมือนต้อง จินตนาการว่ามีอีกหลายศพที่ตายอยู่ที่นี่ด้วย ถังขยะขนาดใหญ่วางหลบมุมอยู่ด้านหลังสุดของตัวโรงงานได้มิดชิด มันเป็นกระบะหลังของรถเก็บขยะเทศบาล ด้วยเงินที่บริษัท ได้จ้างไว้ เทศบาลจะมาเก็บสัปดาห์ละครั้ง ขยะบางส่วนถูกคุ้ยเขี่ยออกมาอยู่นอกถังสีเหลือง น้ำเน่าหยดและไหลเจิ่งนองพื้น ผมต้องเดินอย่างระมัดระวังไม่ให้รองเท้าเทวินคู่งาม เหยียบลงไปบนน้ำเน่าและตัวหนอนที่ดิ้นอยู่บนพื้น

           “มันไม่ใช่ฆาตกรรมธรรมดา”
           สารวัตรเปิดประเด็น สีหน้าเครียดและท่าทางจริงจังทำให้เขาดูแก่กว่าวัยเล็กน้อย
           “คุณมั่นใจได้ไงครับ”
           “คุณเชื่อมั๊ย เราสันนิฐานว่า ศพผู้หญิงนั่นถูกตีด้วยของแข็งจากทางด้านหลัง
           ใช่ว่าจะตายทีเดียวนะคุณ ถูกบีบคอซ้ำจนขาดอากาศหายใจตาย หลังจากนั้นฆาตกรข่มขืนศพนั่นทั้ง ๆที่หล่อนตายแล้ว กองพิสูจน์หลักฐานบอกผมว่าศพนั่นถูกฆ่าตายตั้งสองวันมาแล้วก่อนที่ยามของคุณจะมาพบเข้า ถ้าผมคำนวณดูมันไม่ใช่เมื่อคืนหรอกที่หล่อนถูกฆ่า แต่มันอาจเป็นคืนวานนี้ หรือวานซืนนี้ ที่สำคัญคือขาด้านซ้ายตั้งแต่หัวเข่า และแขนด้านซ้ายตั้งแต่ข้อศอกของศพถูกตัดหายไป….”

           ผมพนักหน้าตามเหมือนเข้าใจเหตุการณ์ดี

           การสนทนาของเราหยุดชะงักลงเพราะมีเสียงสะอื้นของเพื่อน ๆผู้ตายซึ่งเป็นเด็กโรงงานด้วยกันในบริษัทเข้ามาแทรก หล่อนโผเข้ากอดผมแบบลืมตัว ผมเปรียบเหมือนพ่อของบรรดาสาวโรงงานและคนทุกคนในบริษัทแห่งนี้ ผมประคองหล่อนออกมาพูดปลอบประโลม เป็นการป้องกันหน้าอกหน้าใจจะมาโดนแบบเต็ม ๆ ในใจนึกเสียดายอยู่ตะหงิด ดูเหมือนหล่อนร้องไห้พอเป็นพิธี หลังจากนั้นก็หายเงียบเป็นปลิดทิ้งผมนึกหงุดหงิดในมารยาของหล่อน นึกตำหนิตัวเองที่จังหวะเวลาแบบนี้ยัง คิดเรื่องลามก และนึกสังเวชกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

………………………

           เจ้าหน้าที่ตำรวจจากไปหมดแล้ว เหลือไว้เพียงหน้าที่ของผมที่ต้องเรียกประชุมเป็นการด่วน บรรยากาศในห้องโถงใหญ่กลับเครียดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มีเรื่องที่ต้องถกกันในที่ประชุมสองสามเรื่อง หนึ่งคือการเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยที่ต้องเพิ่มขึ้นทำนองวัวหายแล้วล้อมคอกยังไงยังงั้น สองคือระยะหลังมานี่ยอดขายอาหาร สัตว์สำเร็จรูปได้ตกลงมากเนื่องจากมีสิ่งปนเปื้อนเข้าไปในอาหารแบบอัดเม็ดทำให้อาหารสัตว์เกิดเน่าขึ้นก่อนกำหนด ผมรู้สึกปวดเศรียรเวียนเกล้าขึ้นไปอีก หลังจากนี้ไม่นาน ผมคงต้องเรียกประชุมแผนกควบคุมคุณภาพและเจ้าหน้าที่ห้องแล็ปที่ทดลองเกี่ยวกับส่วนผสมของอาหารสัตว์อีกครั้ง สามเพื่อเป็นการเรียกขวัญกำลังใจของพนักงานสำหรับ วันเสาร์นี้ผมต้องประกาศให้เป็นวันหยุดของบริษัท

……………………….

           อาการเครียดของผมทวีรุนแรงขึ้นตามอาการปวดหัว รถตำรวจวิ่งเข้าออกบริษัทเกือบทั้งวัน มันเป็นภาพพจน์ที่ไม่ดีเลยเรื่องผู้หญิงถูกฆ่าข่มขืนแล้วหั่นศพถ่ายทอด ปากต่อปากไปตลอดทั้งซอย แม่ค้าหมูปิ้งยันสาวแคชเชียร์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นรู้รายละเอียดยิบนี่ยังไม่รวมหนังสือพิมพ์ที่ประโคมข่าวทำให้ชื่อบริษัทผมปรากฎหราอยู่บนหน้า หนึ่ง ตำรวจนอกเครื่องแบบขับรถเที่ยวสุดท้ายออกไปแล้วพวกเขามาขอดูเอกสารต่าง ๆ บัตรตอกลงเวลาของพนักงาน สมุดรายงานเหตุการณ์ประจำวันของพนักงานรปภ. ตำรวจชุดนี้ทำงานเก่งจริงผมคิดในใจไม่เคยมองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆแม้แต่ต้องมานั่งเขี่ยขยะเน่า ๆ อยู่ครึ่งวันก็ตามเพื่อหวังจะเจอชิ้นส่วนของศพที่หายไปบ้าง ผู้ที่อยู่บริเวณ โรงงานในเวลาใกล้เคียงกับเวลาที่เกิดเหตุถูกเชิญไปสน.เพื่อสอบสวนโดยเฉพาะยามรักษาความปลอดภัยถูกเพ่งเล็งเป็นที่สุดนี่ถ้าผมต้องตอกบัตรเข้าทำงานคงจะถูกเรียกตัวไป สอบสวนด้วยเช่นกัน

…………………

           ก่อนที่ความเครียดจะปะทุออกมาเป็นอากัปกิริยาผมเดินออกมาผ่อนคลายรอบ ๆ บริเวณโรงงาน เดินไปดูการทำงานของพนักงานในบริษัท ผมทำเช่นนี้ไม่บ่อยนัก เพราะกลัวพนักงานระดับล่างจะเกิดอาการเกร็ง ประหม่า ทำงานผิด ๆ พลาด ๆ ผมรู้ดีเพราะก่อนที่ผมจะอยู่จุดนี้ได้พ่อทั้งบังคับทั้งเคี่ยวเข็ญให้ทำงานชั้นกรรมาชีพ ผมเคยถึงขนาดทำงานแบกเศษข้าวโพด เคยถึงขนาดคุมเครื่องจักรที่ใช้บดพืชผักต่าง ๆ ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนที่จะเอาไปผสมตามอัตราส่วนเพื่อให้ได้อาหารสัตว์ชนิดต่าง ๆ ดังนั้นผมจึงรู้จักงานทุกกระบวนการและนั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าของกิจการได้โดยไม่มีลูกน้องคนไหนหลอกผมได้ มโนภาพของผมมีความภูมิใจเข้ามาแทนความเครียดที่เกิดขึ้น เมื่อครู่ ผมภาวนาในใจให้เรื่องที่เกิดขึ้นจบลงโดยเร็ว คนตายแค่คนเดียวไม่นึกว่ามันจะวุ่นวายเพียงนี้

……………………..

           ภายในเวลาสามวันการพยายามของตำรวจก็ประสบความสำเร็จ ผมรับโทรศัพท์จากตำรวจให้เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของไอ้สมปองรปภ.พ่อหม้ายเมียทิ้งเป็นพิเศษ ผมนึกอยู่แล้วในอดีตมันเคยมีประวัติทำอนาจารกับลูกสาวตัวเอง ผมใช้อำนาจหน้าที่เล่นกลกับตารางเวลาให้สมปองต้องมาทำงานล่วงเวลาในวันเสาร์นี้ แม้จะเป็นวันหยุดแต่การ รักษาความปลอดภัย ต้องมี 24 ชั่วโมงนี่คืดเหตุผล สองเพื่อไม่ให้ไอ้ฆาตกรสมปองไหวตัวทันและหนีไปไหนได้เด็ดขาดผมถึงกับปักใจเชื่อทันทีว่า รปภ.สมปองคือตัวการ ทำให ้สถานะผู้ต้องสงสัยของสมปองกลายเป็นผู้ต้องหาไปโดยปริยาย ไอ้สมปองถูกเรียกตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งในเย็นวันนี้ มันอาจทำให้ที่นี่เสียประวัติเนื่องจากมันเป็น รปภ. ของบริษัทผมเอง บริษัทของผมไม่มีนโยบายจ้าง รปภ.จากบริษัทรักษาความปลอดภัยภายนอก มันแพงเกินไปและด่าว่าได้ไม่เต็มปาก เพื่อช่วยตำรวจอีกแรงผมอาจจะต้องเรียก สมปองมาพูดคุยด้วยตัวเอง

...................................

           วันเสาร์โรงงานทั้งหมดดูเงียบสงัด ไม่มีเสียงเครื่องจักรทำงาน ไม่มีเสียงคุยจ๊อกแจ็กของบรรดาสาวโรงงาน ไม่มีแม้กระทั่งรถเข็นขายของหน้าโรงงาน ไม่มีใครซักคน มันเงียบจนทำให้ลืมเรื่องฆาตกรรมได้ชั่วขณะ

           ตรงป้อมยาม รปภ.สมปองยืนทำงานอยู่คนเดียว เขาจำรถผมได้เดินมาเปิดแผงกั้น กระจกรถถูกลดลงพองาม

           "นี่สมปองเดี๋ยวผมเชิญที่ห้องชั้นบนแป๊บนึงนะ"
           ไม่มีท่าทางทำความเคารพพร้อมคำว่า "ครับ" ตอบกลับมาตามปกติ ใบหน้าของสมปองดูกังวลและมีพิรุธอย่างยิ่ง
           ผมขับเลี้ยวซ้ายจอดเบนซ์คันคลาสสิกหน้าออฟฟิซ มันเป็นห้องทำงานที่เป็นตึกติดกับตัวโรงงานนั่นแหละ ผมมองไกลไปถึงถังขยะใบนั้น เชือกสีเหลืองยังโดนขึงไว้ตามปกติ เหมือนใช้ความคิดผมเปิดท้ายรถหยิบถุงใส่ไม้กอล์ฟสะพายบ่า ชุดลำลองทำให้เดินขึ้นบันใดได้ง่ายขึ้น
           ไม่ถึงสิบนาทีหลังจากนั่งรอ สมปองกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามขึ้นมาบนห้องทำงาน ปกติแล้วไม่มีใครได้เข้าถึงห้องนี้บ่อยนัก ผมเป็นคนเจ้าอารมย์ใคร ๆก็รู้ดี ของทุกอย่างล้วนตกทอดมาจากพ่อทั้งนั้นจึงดูเทอะทะยังไงชอบกล
           "ผมไม่อยากพูดมาก คุณฆ่าเขาหรือเปล่าสมปอง"
           "เปล่าครับ....ผมไม่ได้ทำจริง ๆ"

           จริงอยู่ที่ว่าการทำสีหน้าและเสียงน่าสงสารสีสรรเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงนั้นสามารถกลบเกลื่อนผู้หญิงโดยเฉพาะภรรยาได้สนิทใจ แต่ผมไม่ใช่ผู้หญิง และไม่ใช่เด็กที่จะหลอกกันง่าย ๆ งานนี้ภาพพจน์ของบริษัทและอนาคตของผมวางไว้เป็นเดิมพัน ยิ่งเราทั้งคู่สนทนาก็ยิ่งเสียงดัง
           "นี่แกกล้าใช้เสียงดังกับอั๊วะเรอะ !......อั๊วะเจ้าของที่นี่นะ"
           “ผมบอกแล้วผมไม่ทำจริง ๆคุณจะคาดคั้นผมไปถึงไหน…….การฆ่าคนมันง่ายนักเหรอ…?”
           “นี่แกลาออกไปเลย อย่าให้บริษัทอั๊วะเสื่อมเสียเพราะมีฆาตรกรอยู่”
           “โธ่! ผมลาออกก็เท่ากับมีพิรุธให้โดนจับนะซิ ! นึกว่าโง่หรือไง”
ใบหน้าของสมปองแสดงอาการโกรธถึงขีดสุดเหมือนกันจึงกล้าชี้หน้าด่าเจ้านายของตัวเอง
           “ไอ้เหี้ย !……ทำไมมึงแน่ใช่มั๊ย”
           ท่าทางของสมปองเอาจริง ผมนึกกลัวขึ้นมาทันที ตาเหลือบมองมีดสปาต้าเล่มยาวเกือบฟุตที่เอวของเขา ความกลัววูบขึ้นมา มันเหมือนมีอวัยวะบางอย่างภายใน ทรวงอก ผมหล่นหายไป หัวใจเต้นตึกตัก ไอ้ฆาตกรมันเอาจริงไม่เช่นนั้นมันฆ่าคนไม่ได้หรอก ตาผมจ้องตามัน เสียงข้าวของภายในที่ทำงานลล้มระเนระนาดแล้วก็เงียบไป

………………………

           โดยปกติคดีอาญาจะต้องฟ้องร้องภายใน 1 ปี และมีอายุความ 10 ปี หลังจากวันเกิดคดี วันรุ่งขึ้น รปภ.สมปองหายหน้าไปไม่มาทำงานตามปกติ ถ้าเขาคิดจะหนี คดีจริง ๆต้องหลบซ่อนอยู่ให้ได้ถึงสิบปี ผมนึกสงสารเขา ใจหนึ่งนึกกลัว ไม่อยากให้ตำรวจไปเจอตัวเขาไม่ว่าที่ใดก็ตาม คงไม่มีใครรู้ว่าเขาหนีไปหลบอยู่ที่ไหน คดีฆ่าข่มขืน แล้วหั่นศพสาวโรงงานรู้ตัวผู้ต้องหาแล้ว เป็น รปภ.ซึ่งทำงานในที่เดียวกัน เคยพูดแซวและชักชวนผู้ตายไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้ง แต่สาวเจ้าไม่เล่นด้วย จึงอาศัยเวลาหลังเลิก งานล่อลวงไปใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ด้วยกลัวความผิดจึงฆ่าอำพรางคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตามล่าตัวรปภ.จอมโหดอยู่ ฆาตกรอาจหนีข้ามฝั่งไปประเทศ ลาวซึ่งใกล้กับภูมิลำเนาเดิม

           ผมวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะทำงาน มันกลายเป็นข่าวย่อยตกอันดับไปเสียแล้ว ผมรู้สึกดีใจเล็กน้อยที่คดีสามารถคลี่คลายลงได้
           ผมรู้สึกดีใจเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนหนึ่งของอารมณ์ยังรู้สึกกังวลและกลัวกับเรื่องฆาตกรรมและสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนี้ ความโบราณของเก้าอี้ โต๊ะหรือตู้ช่วยเพิ่มความ น่ากลัว ผมไม่อยากอยู่ในห้องนี้นานนักหรอก แต่เพื่อความแน่ใจ ผมค่อย ๆเปิดลิ้นชักออกเพื่อดูว่าเขาตายแน่ ทุกสิ่งเมื่อวันที่แล้วไม่ได้เป็นแค่ความฝัน สมปองนอนขดอยู่ในลิ้นชัก ล่างของตู้เก็บเอกสารสีเทาเข้มในสภาพตัวขดงอ กระดูกโคนขาทั้งสองข้างคงจะหัก ปลายเท้าทั้งสองข้างพับกลับมาเขี่ยติ่งหูทุเรศจริง ๆ หน้าเขาบวมเป่งและอยู่ในสภาพใกล้เน่า มันน่าตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อยจริง ๆ ผมคงต้องใช้เวลาภายในสองสามวันหลังจากนี้เพื่อทำลายทุกอย่างไม่ให้เหลือซาก ขั้นแรกต้องฉีดยาศพก่อนเพื่อป้องกันศพเน่า จากนั้น ก็ตัดศพออกเป็นชิ้น ๆเพื่อสะดวกในการขนไปหย่อนในเครื่องบดทีละชิ้น มันอาจทำให้อาหารสัตว์ที่ส่งลูกค้าเน่าไปบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ต้องไม่พลาดเหมือนตอนนังลำดวนที่ถังขยะ ไม่สามารถปกปิดศพไว้ได้นาน และตอนนั้นผมยังกลัวเกินไปที่จะเก็บศพไว้ในห้องที่ต้องนั่งทำงานทุกวัน

           บอกแล้วว่างานนี้ภาพพจน์ของบริษัทและอนาคตของผมวางไว้เป็นเดิมพัน ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมเจอที่ซ่อนใหม่แล้ว

           ด้วยความบังเอิญจริง ๆผมเลยไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้รปภ.ห่วย ๆอีกคนนึง

20 พ.ย. 2540


เรื่องสั้น "ฆาตกร" แต่งโดย ภัรกรณ์ คำแหง
ส่งผลงานโดย ภัรกรณ์ คำแหง
บริษัท ไทยฟูจิซีร็อก จำกัด 666 ซ.อ่อนนุช17 สวนหลวง
กรุงเทพ 10250 โทร. 0-1255-2260


กลับไปที่หน้าสารบัญ เรื่องสั้น / บทความ / ประสพการณ์ชีวิต

ชมรมเว็บเพจไทย ตั้งใจมุ่งมั่น สร้างสรรค์เพื่อมวลสมาชิก



เริ่มนับ 20 พฤศจิกายน 2547 เวลา 24.00 น.

ชมรมเว็บเพจไทย เป็นเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวสารและสาระความรู้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ ให้แด่สมาชิกและผู้สนใจทั่วไป
โดยไม่หวังผลประโยชน์ทางธุระกิจ [Non Profit Organization] ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2540
ข้อมูลข่าวสาร บทความ และภาพประกอบ ที่ไม่อ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์ สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต [Non Copyright]