สยามเว็บโฮส โฮสติ้งดี ราคาถูก

วัตถุประสงค์การก่อตั้งฯ
ห้องพระ-ชำระจิตใจ
เรื่องสั้น-บทความ
บทกลอน-บทกวี
เกมส์ออนไลน์
ตำหนักเพลงไทยเดิม
เซียมซีเสี่ยงโชค
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
กระดานซื้อ-ขายสินค้า
ฟรีอีเมล์เนื้อที่ 5 MB
ติดต่อ นายทะเบียน
Add to Favorites

ทั่วโลก www
ชมรมเว็บเพจไทย

Power by Google!
สนับสนุนพื้นที่ Hosting

สยามเว็บโฮสดอทคอม
สนับสนุนค่าโดเมนเนม

www.prakunpai.com

 

มุมพักผ่อน ==> เรื่องสั้น / บทความ / ประสพการณ์ชีวิต

"คนรักนิทาน"


โดย...ธัญกมล เฉลียวจิตติกุล

           สมัยเราเป็นเด็กเล็ก ๆ เรามักต้องให้พ่อแม่เล่านิทานก่อนนอนให้เราฟังเป็นประจำ วันไหนที่พ่อแม่ไม่ได้เล่าให้ฟังเราก็มักจะงอแงอยากให้ท่านเล่าให้ฟัง แม้กระทั่งตอนที่เรานั้นสามารถอ่านหนังสือออกแล้วก็ตามเราก็ยังอยากให้มีคนอื่นเล่าให้ฟังอยู่ดี ในอดีตของเราทุกคนคงที่จะปฏิเสธไม่ได้ว่าเราได้เคย ฟังนิทานกันมาแล้ว เสน่ห์ของนิทานคือเรื่องราวที่มีความแปลกพิสดารถ้ายิ่งมีความแปลกพิสดารมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เรานั้นอยากจะฟังนิทานจนไม่ อยากไปไหนเลย อย่างเช่นตัวละครที่มีแต่ในจินตนาการเช่น นางฟ้า ภูติ หรือแม้แต่นิทานไทยของเราก็มีนางผีเสื้อสมุทร ตัวละครแต่ละตัวช่วยสร้างสี สรรค์ให้กับนิทานให้สนุกน่าติดตามมากยิ่งขึ้น แต่นิทานมิได้มีสิ่งจูงใจแค่นั้นยังมีส่วนที่สำคัญมากที่สุดก็คือ คติสอนใจ

           พ่อและแม่มักจะเล่านิทานให้ลูกฟัง ก็เพราะพ่อแม่เชื่อว่า คติสอนใจที่มีอยู่ในนิทานนั้นทำให้ลูกเป็นเด็กดีได้ รู้จักกฎแห่งกรรม เพราะในนิทานตัวละครที่ เป็นฝ่ายธรรมะตอนจบมักจะมีประสบความสำเร็จใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ตัวละครฝ่ายอธรรมมักจะลงเอยด้วยความหายนะ เด็ก ๆ จะสามารถแยก แยะได้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีอะไรเป็นสิ่งที่ไม้ดีได้ เด็กจะเกิดความกลัวในการทำสิ่งที่ไม่ดีเพราะกลัวตัวเองจะเป็นแบบตัวละครในนิทาน เช่น กลัวว่าถ้าโกหก แล้วจมูกยาวอย่างพีนอคคลีโอ กลัวว่าถ้าไม่รู้จักประมาณตนอย่างอย่างอึ่งอ่างแล้วจะท้องแตกตายที่ลำพองไปท้ากับวัว เป็นต้น เด็กที่ฟังนิทานบ่อย ๆ จะเกิดการกลัวในการทำบาปถือว่าเป็นการเสริมสร้างหลักธรรม “หิริโอตัปปะ”ไปในตัวด้วยโดยผ่านทางเรื่องราวจากนิทาน จากสุภาษิตของไทยที่กล่าว ไว้ว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี นั้น ข้าพเจ้าคิดว่าจริง การตีลูกบ้างจะทำให้เด็กกลัวที่จะทำความผิด แต่การเล่านิทานให้ลูกฟังสามารถทำได้เป็นประจำ และมีส่วนช่วยสั่งสอนเด็กให้เป็นเด็กดีได้โดยไม่ต้องลงไม้ลงมือ เมื่อเด็กนั้นโตขึ้นก็เริ่มเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง

           ผลแอปเปิ้ลอาบยาพิษที่สโนไวท์ทานก็เป็นผลแอปเปิ้ลที่มียาฆ่าแมลง บ้านขนมของแฮมเทลกับเกรเทลก็กลับกลายมาเป็นร้านเบเกอรี่ในชีวิตจริง อลิซในเมืองมหัศจรรย์ก็กลายเป็นเด็กผู้หญิง ในโรงเรียนอนุบาลแทนแต่เมื่อเราโตขึ้นนิทานที่เคยรัก เคยชอบก็ได้เริ่มที่จะห่างหายไปจากชีวิตของมากขึ้น ทุกที ความใฝ่ฝันของเด็กผู้หญิงหลาย ๆ คน ที่อยากจะเป็นเจ้าหญิงก็หายไปพร้อมกับการเติบโต รองเท้าแก้วของซินเดอเรลาแม้จะหายไปแต่ก็สามารถ พบได้ไม่เหมือนกับหนังสือนิทานที่กลายเป็น หนังสือชั่งกิโลขาย เด็กเลี้ยงแกะแม้ว่าเขาไม่พูดโกหกอีกหลังจากที่แกะถูกหมาป่ากินแต่เราก็พูกโกหกเสียชิน ปราสาททองคำที่กลับคืนสภาพเป็นฟาง ก็เหมือนกับนิทานที่เราฟังเมื่อวัยเด็กก็กลับกลายเป็นเพียงความทรงจำ ไม่เพียงแต่เท่านั้นคติสอนใจในนิทานก็ เริ่มที่จะลืมเลือนกันแล้ว พีนอคคลีโอเอง คงจะเสียใจที่เด็ก ๆ บางคนต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ที่โกหกกัน ฉันในนิทานเรื่องพ่อแม่รังแกฉัน ต้องผิดหวังที่เด็กหลาย คนไม่ตั้งใจเรียน ซินแบดผจญภัยคงหดหู่ที่เด็กหลายคนไม่รู้จักความกล้า พราหมณ์เกศวะในนิทานเวตาลยังกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้แต่ผู้ใหญ่บางคนไม่ รู้จักสำนึกผิด นิทานเรื่องปลาบู่ทอง สอนให้รู้จักความรักของแม่และความกตัญญูของลูกแต่ในสังคมปัจจุบัน มีแม่ใจร้ายทำแท้ง และลูกอกตัญญูทอดทิ้งพ่อ แม่ไว้บ้านพักคนชรา ถ้าโลกของเรานั้นรู้จักการรักนิทานก็คงดีไม่น้อย การเล่านิทานให้คนอื่นฟังก็เป็นการให้ความสนุกสนานแก่ผู้ฟัง

           ข้าพเจ้ามีความคิดที่ อยากจะเปิดสถานที่ ที่อ่านนิทานให้เด็กฟัง ที่ต่างประเทศนั้นเขามีร้านขายหนังสือนิทานและมีคนเล่านิทานให้เด็กฟังด้วย ข้าพเจ้าคิด ว่าเป็นสิ่งที่ดีอยากให้เป็น อย่างนั้นบ้าง โอกาสมนการเห็นการเล่านิทานให้เด็ก ๆ เยอะ ๆ ฟังก็จะมีแต่ตามโรงเรียนอนุบาลหรือสถานรับเลี้ยงเด็กทั่วไปเล่า ให้เด็กฟัง แต่การทีมี ร้านเล่านิทานก็ยิ่งเป็นการเสริมสร้างการรักการอ่านหนังสือและให้เด็กเห็นความสำคัญของนิทานด้วย เพราะในปัจจุบันเด็กสามารถ จะหาความเพลิด เพลินได้ตามสื่อต่าง ๆ ทั่วไป เช่น โทรทัศน์ วีดีโอ วีดีโอเกมส์ เคเบิ้ลทีวี หรือ หนังสือการ์ตูน เป็นต้น

           แต่สื่อเหล่านี้ไม่ใช่สื่อที่บริสุทธิ์ หมายความว่า เป็นสื่อที่มีสิ่งที่ไม่ดีปนอยู่ด้วย เช่น คำพูดหยาบคาย ภาพลามก พฤติกรรมไม่ดี เป็นต้น เด็กไม่สามารถ แยกเยอะได้ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ดีหรือเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทำให้เด็กจะเอาเป็นเยื่องอย่างได้ หนังสือนิทานแต่งขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ที่บริสุทธิ์คือให้ผู้ที่อ่านเกิด ความเพลินเพลิน ได้รับคติสอนในที่ดี และเสริมสร้างการรักการอ่านนิทาน ตัวข้าพเจ้าได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง Arabian nights หรือชื่อเป็นภาษา ไทยว่า อาหรับราตรี ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากนิทานอมตะอันเลื่องชื่อ Arabian nights ข้าพเจ้าคิดว่าหลายคนคงรู้จักกันดี Arabian nights เป็นนิทานที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของนิทานว่าอาณาจักรแบกแดดอยู่อย่างมั่นคงเป็นปึกแผ่นได้ก็เพราะนิทาน เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า

           กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สุลต่านชาห์ริอาร์กษัตริย์แห่งกรุงแบกแดดต้องมีพระชายาก่อนคืนพระจัทร์เต็มดวงมิเช่นนั้นราชอาณาจักรแบกแดดจะตก เป็นของพระอนุชาที่ชั่วร้าย แต่พระองค์ยังทรงคับแค้นที่พระชายาองค์แรกทรยศพระองค์ โดยการร่วมมือกับพระอนุชาปลงพระชนม์ชีพพระองค์ สุลต่าน ชาห์ริอาร์ จึงตัดสินพระทัยจะอภิเษกกับพระชายาองค์ใหม่จากนั้นก็จะประหารพระนางก่อนที่จะคิดนอกใจแต่พระชายาก็สามารถเอาชีวิตรอดด้วยการ เล่านิทาน ที่ทำให้พระองค์เพลิดเพลินติดต่อกันถึงพันหนึ่งราตรี และนิทานที่พระชายาเล่านั้นมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับกลยุทธในการทำศึกสงครามด้วย สุลต่านชาห์ริอาร์จึงนำกลยุทธไปใช้ทำให้พระองค์สามารถรบชนะพระอนุชาชั่วร้ายได้ นิทานแต่ละเรื่องนั้นล้วนมีคติสอนใจที่ดีช่วยขัดเกลาจิตใจ สุลต่านชาห์ริอาร์เป็นผู้มีศีลธรรมจรรยาปกครองอาณาจักรแบกแดดโดยธรรมตลอดมา

           ถ้าบนโลกใบนี้มีนิทานมากมายโลกของเราคงจะมีแต่คนดี รู้จักการแบ่งปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใช้ชีวิตตามทำนองคลองธรรม ปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาอาช ญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาความยากจน ก็คงจะหมดไป โลกที่เราอาศัยกันอยู่ในปัจจุบันมีแต่ความร้อนรุ่มมีแต่การแก่งแย่งชิงดีกัน เพราะยังขาด ความคุณธรรมในจิตใจนิทานนี่และที่ช่วยสรรสร้าง คุณธรรมที่ดีงามได้ ข้าพเจ้าคิดว่าถ้าทุกคนใช้คติธรรมจากนิทานเพียงเรื่องเดียวก็สามารถทำให้โลก เรามีความสงบสุขได้ เช่น นิทานเรื่องลูกหมู ๓ ตัว โดยเนื้อเรื่องมีอยู่ว่า

           กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่หมูกับลูกหมูอยู่ ๓ ตัว แม่หมูต้องการให้ลูกหมูรู้จักใช้ชีวิตในโลกกว้างจึงให้ลูกหมูทั้ง ๓ ตัวออกจากบ้าน ลูกหมูทั้ง ๓ ตัวได้ ออกเดินทาง ลูกหมูตัวพี่เดินนำหน้าตามมาด้วยลูกหมูตัวรองและลูกหมูตัวสุดท้องตามลำดับ ลูกหมูตัวพี่เห็นฟางกองหนึ่งจึงบอกน้องทั้ง ๒ ว่า
           “ฉันจะสร้างบ้านตรงนี้ด้วยฟางกองนี้” ลูกหมูตัวรองจึงเดินทางกับลูกหมูตัวสุดท้อง ลูกหมูตัวรองเห็นไม้กองหนึ่งจึงบอกกับลูกหมูผู้ เป็นน้องว่า
           “ฉันจะสร้างบ้านตรงนี้ด้วยไม้กองนี้” ลูกหมูตัวสุดท้องเดินทางต่อและสร้างบ้านด้วยอิฐ ลูกหมูทั้ง ๓ ตัวต่างเห็นว่าบ้านของตัวเองนั้นดี โดยลูกหมูตัวแรก คิดว่าบ้านของตนแข็งแรงพอกันลมกันฝนสร้างก็รวดเร็วไม่ลำบาก ลูกหมูตัวที่สองคิดว่าบ้านของตนดีกว่าบ้านของหมูตัวผู้เป็นพี่ แข็งแรงทนทานกว่า ลำบาก ลูกหมูตัวที่สามคิดว่าบ้านของตนดีกว่าบ้านของหมูตัวผู้เป็นพี่ทั้งสองกันแดดกันฝน ป้องกันนำท่วม คงทนถาวร จนมีอยู่วันหนึ่งลูกหมูตัวพี่กับตัวรองก็เดิน ทางไปในป่าเจอหมาป่าจึงรีบวิ่งหนีกลับบ้านของตนหมาป่าไปบ้านหมูตัวพี่ก็เป่าลมจนบ้านฟางปลิวไปตามแรงลม หมูตัวพี่จึงหนีไปอยู่บ้านไม้ของหมูตัวรอง หมาป่าก็ตามไปเป่าบ้านไม้กระจุย ลูกหมูทั้ง ๒ รีบหนีไปอยู่บ้านอิฐของหมูตัวสุดท้อง หมาป่าก็ไม่ สามารถเป่าบ้านให้พังเหมือนอย่างเคย หมาป่าจึงปีนเข้า ปล่องไฟ ลูกหมูตัวพี่กับลูกหมูตัวรองรู้ทันหมูหมูทั้ง ๓ จึงช่วยกันตั้ง หม้อต้มน้ำหมาป่าก็ตก ลงไปในหม้อเดือด แล้วหนีเข้าป่าไปตลอดกาล ลูกหมูทั้ง ๓ จึงพัก อาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างอิฐตั้งแต่นั้นมาอย่างมีความสุข

           นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ต้องรู้จักสามัคคีซึ่งกันและกัน และรู้จักการวางแผนที่ดี ถ้าคนเรารู้จักสามัคคีกันและวางแผนในการดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบแล้ว ก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความ สุขอย่างลูกหมูทั้ง ๓ ตัว ฉะนั้นแล้วต่อให้โลกเรามีนิทานมากมายสักเท่าไรถ้าไม่รู้จักนำคติสอนใจไปใช้ด้วยก็คงเป็นเพียงนิทานที่มี แต่ราคาไม่มีค่า ตัวของข้าพเจ้าเองก็ได้มีโอกาสที่จะแต่งนิทานเหมือนกันแต่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยเพราะข้าพเจ้าเล่านิทานไม่เก่ง จะทำให้คนฟังสับสนเอาเสีย เปล่า ข้าพเจ้าจึงเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะเขียนลงในที่นี้เป็นครั้งแรก

           กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีชายยากจนคนหนึ่งต้องแบกรับหน้าที่เลี้ยงดูพ่อแม่ผู้แก่ชรา ชายคนนี้มีอาชีพรับจ้างแบกของทำงานจนหามรุ่งหามค่ำก็เพื่อนำเงินมา ซื้อกับข้าวกับปลาให้พ่อแม่กินทุกวัน แต่ตัวชายยากจนเองนั้นต้องอดมื้อกินมื้อ ชายยากจนได้ภาวนาต่อดวงดาวบนท้องฟ้าทุกคืนว่า ขอให้พ่อกับแม่นั้นมีความ สุข จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่ชายยากจนกำลังภาวนาต่อดวงดาวเช่นเคยนั้น ดาวดวงนั้นก็ได้ตกลงมาจากท้องฟ้า ชายยากจนรีบไปที่ที่ดาวนั้นตกลงมา ก็พบกับ นางฟ้าตนหนึ่งและนางฟ้าก็พูดกับชายยากจนว่า
           “เจ้าสามารถขอพรอะไรก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ ๓ ประการแต่เจ้าต้องมีสิ่งของที่มีค่าของเจ้ามาแลกเปลี่ยน”
ชายยากจนจึงบอกว่า
           “ข้าอยากได้เงินทองเพื่อเลี้ยงดูพ่อกับแม่ข้าแต่ตัวข้าไม่มีของมีค่าใด ๆ ข้าจึงขอยอมแลกกับแขนทั้ง ๒ ข้างของข้า”
นางฟ้าก็ให้พรกับชายยากจน ชายยากจนก็ ขอบคุณนางฟ้าและกลับบ้านไป วันรุ่งขึ้นก็เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นคือ มีเงินทองมากมายอยู่ที่ใต้เตียงของชายยากจน ชายยากจนเห็นแล้วก็ดีใจแต่ยังไม่บอกให้ ใครรู้รีบออกไปทำงานแต่โชคร้ายชายยากจนประสบอุบัติเหตุทำให้แขนขาด ตอนกลางคืนกลับถึงบ้านจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อกับแม่ฟัง พ่อแม่ของชาย ยากจนก็ร้องไห้ ชายยากจนจึงคิดว่าพ่อแม่คงไม่มีความสุขเพราะยังไม่มีบ้านที่ใหญ่โต คืนนั้นจึงไปหานางฟ้าและขอพรกับนางฟ้าว่า
           “ข้าอยากได้บ้านที่ใหญ่โตเพื่อให้พ่อกับแม่ข้าอยู่อาศัยแต่ตัวข้าจำเป็นต้องเก็บเงินทองที่นางฟ้าให้เก็บไว้ข้าจึงขอยอมแลกกับตาทั้ง ๒ ข้างของข้า”
นางฟ้าก็ให้พรกับชายยากจน ชายยากจนก็ขอบคุณนางฟ้าและกลับบ้านไป วันรุ่งขึ้นชายยากจนก็ตื่นขึ้นมาแต่ไม่สามารถมองเห็นได้เพราะตาทั้ง สองข้างบอดสนิท ชายยากจนได้ยินเสียงร่ำไห้ของพ่อแม่ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พ่อกับแม่ของชายยากจนก็บอกว่า
           “รู้ไหม๊ว่าตอนนี้เรามีเงินทอง มีบ้านช่องใหญ่โต แต่ลูกไม่น่าทำขนาดนี้เพื่อเราเลยนะ รู้ไหม๊ว่าพ่อกับแม่ไม่มีความสุขเลย”
คืนวันนั้นชายยากจนจึงไปหานางฟ้าและขอพรกับนางฟ้าว่า
           “ข้าอยากให้พ่อแม่ของข้ามีความสุขโดยข้าขอแลกกับเงินทองและบ้านที่ได้จากกท่านมา”
นางฟ้าเห็นถึงความกตัญญูที่ชายยากจนมีต่อพ่อแม่จึงบอกว่า
           “พรข้อนี้เจ้าไม่ต้องแลกกับสิ่งใดหรอกเพราะจิตใจงดงามของเจ้ามีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด”
ชายยากจนก็เกิดความฉงน แต่ก็ขอบคุณนางฟ้าและกลับบ้านไป รุ่งขึ้นชายยากจนก็สามารถมองเห็นและมีแขนกลับคืนมาดังเดิม ชายยากจนไปบอก กับพ่อแม่ว่าตนนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว พ่อกับแม่ก็บอกว่า
           “สิ่งที่ทำให้พ่อกับแม่มีความสุขนั้นไม่ใช่เงินทองหรอก แต่คือการให้ลูกไม่เป็นคนพิการและกตัญญูต่อพ่อกับแม่เช่นนี้ตลอดไป”

           นิทานเรื่องนี้ของข้าพเจ้าสอนให้รู้ว่า “ความกตัญญูกตเวทีเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด” นิทานเรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้ารูสึกภูมิใจที่สามารถที่จะแต่งขึ้นมาได้ และอยากให้คนเราทุกคนมีนิทานที่ตนเองแต่งขึ้นเองบ้าง เพื่อที่ได้รักนิทานตลอดไป ข้าพเจ้าไม่อยากให้คนเราลืมนิทานก็เพราะว่าอายุที่โตขึ้น แม้ว่านิทานถึงส่วนใหญ่ถูกเล่าให้เด็กฟังก็ตามแต่คติของมันสามารถนำไปใช้ได้ทั้งชีวิตของเรา ตรงกันข้ามเสียอีกน่าจะต้องเล่านิทานให้ผู้ใหญ่บาง คนฟังเพราะผู้ใหญ่มักทำตัวผิดตามทำนองคลองธรรม เมื่อยิ่งโตก็เริ่มชินในการทำบาป ต้องขัดเกลาจิตใจให้สะอาดเหมือนเด็กที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ข้าพเจ้าไม่เชื่อหรอกว่านิทานถูกแต่งขึ้นมาเพื่อเด็ก ๆ เท่านั้น ถ้ามีโอกาสพวกเราก็คงอยากที่จะฟังนิทานด้วยกันทั้งนั้น ถึงกระนั้นก็ตามแม้ว่าบางคน จะลืมนิทานที่เรารักที่จะฟังรักที่จะอ่านแล้ว แต่ข้าพเจ้าก็อยากจะให้ทุกคนไม่ลืมคติสอนใจของนิทานอันมีคุณค่า


บทความ "คนรักนิทาน"
แต่งโดย ธัญกมล เฉลียวจิตติกุล
ที่อยู่: 593/17-18 ซ.สุขุมวิท33/1 ถ.สุขุมวิท คลองเตย เขตวัฒนา กทม. 10110 โทร. 2585051


กลับไปที่หน้าสารบัญ เรื่องสั้น / บทความ / ประสพการณ์ชีวิต

ชมรมเว็บเพจไทย ตั้งใจมุ่งมั่น สร้างสรรค์เพื่อมวลสมาชิก



เริ่มนับ 20 พฤศจิกายน 2547 เวลา 24.00 น.

ชมรมเว็บเพจไทย เป็นเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวสารและสาระความรู้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ ให้แด่สมาชิกและผู้สนใจทั่วไป
โดยไม่หวังผลประโยชน์ทางธุระกิจ [Non Profit Organization] ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2540
ข้อมูลข่าวสาร บทความ และภาพประกอบ ที่ไม่อ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์ สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต [Non Copyright]