สยามเว็บโฮส โฮสติ้งดี ราคาถูก

วัตถุประสงค์การก่อตั้งฯ
ห้องพระ-ชำระจิตใจ
เรื่องสั้น-บทความ
บทกลอน-บทกวี
เกมส์ออนไลน์
ตำหนักเพลงไทยเดิม
เซียมซีเสี่ยงโชค
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
กระดานซื้อ-ขายสินค้า
ฟรีอีเมล์เนื้อที่ 5 MB
ติดต่อ นายทะเบียน
Add to Favorites

ทั่วโลก www
ชมรมเว็บเพจไทย

Power by Google!
สนับสนุนพื้นที่ Hosting

สยามเว็บโฮสดอทคอม
สนับสนุนค่าโดเมนเนม

www.prakunpai.com

 

มุมพักผ่อน ==> เรื่องสั้น / บทความ / ประสพการณ์ชีวิต

ทำดีได้ดีมีที่ใหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป


โดย...ระเด่น ทักษณา

           กฎแห่งกรรม คือกฎแห่งธรรมชาติซึ่งพระพุทธเจ้าทรงค้นพบ เป็นกฎซึ่งมีอยู่แล้วแต่เดิมแต่ไม่มีใครสามารถแสดงชี้แจงให้เห็นได้ชัดเท่ากับพระพุทธเจ้าของเรา พระพุทธองค์จะทรงอุบัติขึ้นในโลกนี้หรือไม่ก็ตาม กฎแห่งธรรมชาติก็มีอยู่แล้ว เหมือนกับพระไตรลักษณ์ (ลักษณะสามประการอันได้แก่ ทุกขัง-สังขารทั้งปวง เป็นทุกข์, อนิจจัง-สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง อนัตตา-ธรรมทั้งปวงไม่เห็นแท้) พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า มีมาก่อนพระพุทธองค์จะอุบัติขึ้นมา
           เพราะฉนั้น กฎแห่งกรรมก็คือกฎแห่งธรรมชาติ เช่นเดียวกับพระธรรมทางพุทธศาสนา ทุกอย่างเป็นกฎธรรมชาติ ไม่ใช่พระเจ้าสร้าง ไม่ใช่ใครบันดาล
           คำถามที่ถูกถามจนชินหู
           ทำไมกรรมชั่วหรือคนที่ทำชั่ว จึงไม่ได้รับผลแห่งความชั่วทันตาเห็น คนจะได้เลิกทำชั่วกันเสียที หันมาทำแต่ความดี
           คำตอบ ก็คือ
           เพราะเป็นธรรมชาติ เป็นกฎแห่งกรรมอย่างนนั้นเอง เนื่องจากกรรมบางอย่างได้รับผลในชาตินี้ แต่กรรมบางอย่างให้ผลในชาติหน้าหรือชาติต่อไป กรรมบางอย่าง ก็ให้ผลทันตา ดังนั้นจึงกล่าวกันว่า "กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ผลของกรรม"
           เพื่อความเข้าใจในเรื่องของกรรม จะขอยกตัวอย่างให้ดูสัก 2 เรื่อง คือเรื่องนายแดงสำนึกผิด กับเรื่อง นายมีนักเลงพนัน (จากหนังสือกฎแห่งกรรม โดยพระเทพวิสุทธิกวี พิจิตร ฐิตวัณโณ วัดโสมนัสวรวิหาร)

           นายแดง ใจกล้า ฆ่าคนตายที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วหนีหลบซ่อนตัวไปอยู่ที่จังหวัดสงขลา สำนึกในความผิดของตัวเองว่า ตนได้ทำความชั่วไว้กรรมนั้นจะตามให้ผลในวันข้างหน้า เขาจึงตั้งใจทำความดีเพื่อลบล้างกรรมชั่วของเขา เมื่อเขาไปอยู่ที่สงขลา ก็ตั้งใจทำมาหากินอยู่ที่นั่น คนที่สงขลาไม่มีใครรู้เบื้องหลังชีวิตของเขา เขาเข้าวัดทุกวันพระ ทำบุญ ฟังธรรม และรักษาศีลอุโบสถเป็นประจำและตั้งใจทำงานโดยสุจจริต
           คนที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่รู้พฤติกรรมชั่วของเขาที่ฆ่าคนตายแล้วหนีไปจึงพูดกันว่า "ทำชั่วได้ชั่วมีที่ใหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป" เพราะนายแดงทำชั่วแล้วไม่เห็นได้รับผลชั่ว แต่ไปหลบตัว สบายอยู่ที่จังหวัดสงขลา
           10 ปีต่อมา ตำรวจสืบทราบว่า นายแดงหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่จังหวัดสงขลา จึงตามไปจับกุมได้ขณะนายแดงกำลังนั่งฟังธรรมอยู่บนศาลาการเปรียญ แล้วใส่กุญแจมือนำตัวไป ดำเนินคดี ฝ่ายชาวบ้านทางสงขลาแถบนั้นไม่รู้เรื่องเดิมมาก่อน เห็นแต่นายแดงเป็นคนดี เป็นอุบาสก รักษาศีล 8 ทุกวันพระ มาวัดฟังธรรม ทำบุญอยู่เสมอ จึงพูดกันว่า "คนดีแท้ ๆ ถูกใส่ความ ทำดีได้ดีมีที่ใหน ดูนายแดงเป็นตัวอย่าง ทำดีแท้ ๆ กลับได้ชั่ว" ...แต่ถ้าหากคนที่เชียงใหม่และคนที่สงขลา รู้ความจริงของนายแดงโดยตลอด พวกเขาคงไม่เข้าใจผิดในเรื่อง กฎแห่งกรรม

           ...เพราะฉนั้น การพิสูจน์กฎแห่งกรรมจะต้องใช้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ด้วย แต่เท่าที่สังเกตุอย่างมากไม่เกิน 30 ปี จะต้องได้รับผลดีหรือผลชั่วที่ตนทำไว้อย่างแน่นอน นอกจากกาลเวลา แล้วยังต้องพิจารณาให้รอบคอบอีกหลายด้าน เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่เป็นตัวประกอบใสความซับซ้อนเรื่องกฎแห่งกรรม เช่นขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้กระทำ ขึ้นอยู่กับกรรมนั้นว่า เป็นกรรมเล็กน้อย หรือมาก เบาหรือหนัก...

           ...มีบางคนทำดีแล้วเกิดเอะใจว่า "ทำดีแล้วไม่เห็นได้ดีเลย" ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ต้องตั้งคำถามย้อนกลับไปว่า
          "ทำดีถูกที่ หรือเปล่า"
          "ทำดีถูกคน หรือเปล่า"
          "ทำดีถูกกาละ หรือเปล่า"
          "ทำดีเต็มที่ หรือเปลา"

           ถ้าเราทำดี ไม่ถูกที่ ไม่ถูกคน ไม่ถูกกาละ และทำไม่เต็มที่ ก็จะไม่ได้ดีสมความตั้งใจ เพราะฉนั้นจะทำดีต้องทำด้วยปัญญา และมีความอดทนรอคอย ชาวพุทธอย่างแท้จริง จะต้องเชื่อและศรัทธาเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งทางพระเรียกว่า "กรรมศรัทธา" อย่างแท้จริงและจะต้องเชื่ออย่างสนิทใจว่า "ตายแล้วต้องเกิด" ถ้าชาวพุทธหรือใครก็ตาม ไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมและไม่เชื่อเรื่องตายแล้วเกิดละก็ คนคนนั้นจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง เพราะเขาจะฆ่าฟัน จะปล้น จะโกง จะรังแก โดยไม่กลัวกรรฯ


ตัวอย่างบางตอน จากหนังสือ คิดและเขียน โดย ระเด่น ทักษณา
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ดอกหญ้า ราคา 125 บาท
หาซื้อได้ ที่ร้านดอกหญ้า และ ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป


กลับไปที่หน้าสารบัญ เรื่องสั้น / บทความ / ประสพการณ์ชีวิต

ชมรมเว็บเพจไทย ตั้งใจมุ่งมั่น สร้างสรรค์เพื่อมวลสมาชิก



เริ่มนับ 20 พฤศจิกายน 2547 เวลา 24.00 น.

ชมรมเว็บเพจไทย เป็นเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวสารและสาระความรู้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ ให้แด่สมาชิกและผู้สนใจทั่วไป
โดยไม่หวังผลประโยชน์ทางธุระกิจ [Non Profit Organization] ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2540
ข้อมูลข่าวสาร บทความ และภาพประกอบ ที่ไม่อ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์ สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต [Non Copyright]