สยามเว็บโฮส โฮสติ้งดี ราคาถูก

วัตถุประสงค์การก่อตั้งฯ
ห้องพระ-ชำระจิตใจ
เรื่องสั้น-บทความ
บทกลอน-บทกวี
เกมส์ออนไลน์
ตำหนักเพลงไทยเดิม
เซียมซีเสี่ยงโชค
กระดานสนทนา
ข่าวฝากประชาสัมพันธ์
กระดานซื้อ-ขายสินค้า
ฟรีอีเมล์เนื้อที่ 5 MB
ติดต่อ นายทะเบียน
Add to Favorites

ทั่วโลก www
ชมรมเว็บเพจไทย

Power by Google!
สนับสนุนพื้นที่ Hosting

สยามเว็บโฮสดอทคอม
สนับสนุนค่าโดเมนเนม

www.prakunpai.com

 

มุมพักผ่อน ==> เรื่องสั้น / บทความ / ประสพการณ์ชีวิต

ช้างป่ากุยบุรี

เกริ่นนำ: เรื่องจริงที่น่าเศร้าของช้างป่ากรุยบุรี ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน อ่านบทความเรื่องนี้แล้วทำให้รู้สึกสงสารช้างมากยิ่งขึ้น ช้างซึ่งในอดีตเคย มียศฐาบรรดาศักดิ์เป็นถึงเจ้าพระยาฯ แต่ปัจจุบันต้องกลับกลายมาเป็นขอทาน เที่ยวเดินเร่ร่อนขออาหารจากผู้คนในเมืองหลวง วิบากกรรมของช้างเมื่อ ใดจึงจะสิ้นสุดหนอ - นายทะเบียน


โดย...ชวน เอมโอฐ

           ผู้เขียนได้รับ หนังสือสื่อถ้อยร้อยฝัน เมื่อต้นเดือน มิ.ย. 42 ผู้จัดทำให้ส่งงานสู่ "บ้านร้อยฝัน" ผู้เขียนเลยถือโอกาสแนะนำตัวและงานที่ทำ ผู้เขียนใช่ว่า จะเก่งก็หาไม่ เพราะศึกษามาน้อย ผู้เขียนเป็นลูกป่าโดยกำเหนิดที่อำเภอกุยบุรี ประจวบฯ อาชีพปัจจุบันทำสวนมะพร้าวน้ำหอมและไร่สัปปะรด ปัญหาที่หมักหมมมาช้านานแล้ว ยากที่จะมีใครแก้ไข อำนาจอิทธิพลปักหลักแน่น ผู้เขียนขอตัดทุกเรื่องออกไป เหลือเพียงหนึ่งเดียว...ช้างป่ากุยบุรี

           ไม่ยากที่จะปัดฝุ่นตำนานและบทบาทช้างสำหรับสังคมไทย อดีตถึงปัจจุบันประวัติศาสตร์จารึกให้ได้รู้ ช้างมีอิทธิพลต่อชุมชน ต่อชาติอย่างไร ท่านผู้ อ่านก็คงทราบดี

           กุยบุรีเป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ใครจะรู้ว่าท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาตะนาวศรี แหล่งต้นน้ำลำธารสั้น ๆ ซึ่งเป็นสายเลือดหล่อเลี้ยงชุมชน ที่นี่ มีทรัพย์แผ่นดินเป็นของส่วนรวมของชาติซึ่งทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน นั่นคือช้างป่า ช้างที่น่าเวทนา ช้างที่น่าสงสารเหล่านี้รวมกันเป็นโขลงประมาณ 70-80 เชือก บางครั้งก็แยกเป็น 3-5 โขลง หากินอยู่ในพื้นที่จำกัดของตำบลหาดขามและบางส่วนของกิ่งอำเภอสามร้อยยอด

           ช้างป่ากุยบุรี ใช่ว่าจะอพยพมาจากพม่า อดีดพราน สอน เสือใหญ่ อายุ 85 ปีและผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านตำบลสามกระทาย ได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนเป็นเด็กก็เห็นช้างกินพืชไร่ในหมู่บ้าน (ปัจจุบันถนนเพชรเกษมผ่ากลาง) ช้างโขลงนี้เกิดมาใกล้มนุษย์ตลอด สัญชาติญาณจึงไม่ใช่ช้างป่าที่ดุร้าย 70-80 ปี ที่ชุมชนผลักดันช้างเข้าป่าได้ไม่เกิน 30 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตกของอำเภอกุยบุรี และช้างก็ไปตันตรงนั้นเป็นแหล่งสุดท้ายและไม่มีที่จะไป ได้อีก ช้างเชือกแล้วเชือกเล่าถูกล้มด้วยปืนของพรานชาวไร่ผู้แย่งที่ดินทำกิน ผู้บุกรุกมีสิทธิ์ชนะเพราะเขาเป็นมนุษย์

           ทำไมวิบากกรรมของช้างจึงไม่สิ้นสุด การล่าช้างโขลงนี้เพื่อเอางามีมาตั้งแต่อดีต (บิดาของผู้เขียน เป็นพรานล่าช้างเอางา) จึงไม่แปลกที่นักนิยมไพร จะถามว่าทำไมช้างป่าที่กุยบุรีจึงไม่มีงา ใช่มีแต่ล่าเอางาเท่านั้น อวัยวะช้างเคยเป็นสินค้าของผู้บริโภคพิศดาร เช่น หน้างวง หรือ อวัยะเพศ แม้แต่เด็ก หนุ่มในหมู่บ้านก็ลองช้างเป็นเป้ากระสุนปืน

           ถ้าจะถามว่า "ทำไมคนที่นี่จึงป่าเถื่อน" คำตอบไม่มี ท่านไม่มีวันรู้ได้เพราะไม่มีใครนำเรื่องช้างมาเปิดเผย เพราะที่นี่เป็นดินแดนลี้ลับ เป็นแดนสนธยา "ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด" แต่ที่กุยบุรี ปี พ.ศ. 2516-2517 คืนนั้นช้างถูกล้ม 6 เชือก ไม่มีใบบัวปิดก็มิด วัฎจักรการล้มของช้างยังคงดำเนินมา ตลอด โดยไม่มีการเอาใจใส่ดูแลจากเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลให้การคุ้มครองตามกฎหมาย แม้ช้างโขลงนี้อยู่ห่างตัวอำเภอเพียงแค่ 10 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น บางคนย้ายเข้ามาจนย้ายออก ยังไม่รู้ว่ามีช้างป่าอาศัยอยู่อย่างถาวรด้วยซ้ำ

           แล้วก็เหมือนบุญของช้าง ที่บรรพบุรุษเคยร่วมกู้เอกราชปลดปล่อยจากการเป็นทาสในอดีต ชาวบ้านจริง ๆ ในปัจจุบันกลับสงสารช้าง หลายคนเป็นเดือด เป็นแค้นถ้าคนในหมู่บ้านยิงช้าง โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะห้าม ชั่วโมงวิกฤติเริ่มต้นที่ ราชการอนุญาต "มุ่งตะวันตก" โดยถูกกฎหมาย นายทุนเช่าที่รัฐ นำ ที่ดินปลูกป่า ทำไมกล่าวว่าช้างมีบุญ เพราะอำนาจบารมีของผู้ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน ได้ทำทุกอย่างที่จะขับไล่ช้างโขลงนี้ออกไปให้พ้น เพื่ออะไรบางอย่าง จน ชาวบ้าน ทนเห็นภาพอเนจอนาถใจไม่ไหว กล้าเปิดเผยให้สังคมภายนอกได้รับรู้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เอง

           สุสานช้างป่ากุยบุรีวันนี้ กองกระดูกที่จมดินทรายได้ลุกขึ้นมาร้อง ร้องหาความยุติธรรม เสียงที่เล็ดลอดจากใต้อุ้งตีนของผู้มีอำนาจ จะมีผู้ขานขับร้องให้ก้อง โลก วันแล้ววันเล่าจากแสงเทียนทีริบหรี่ในความมืดของโขดหินผา เป็นความมืดที่ยาวนาน นานเสียจนเกือบไม่รู้ว่าแสงสว่างเป็นอย่างไร วันนี้รอยช้างโขลง ของเจ้าได้ย่ำฝากไว้บนหัวใจที่โชติชัชวาล ของผู้จุดเทียนสว่างไสวกลางใจ แต่ละมือที่สร้างแต่ละเท้าที่ย่างก้าว ก้าวไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น พร้อมสร้างจิต สำนักผูกพันธ์และสืบสานอย่างมั่นคง กองกระดูกรอยหยดเลือด และคาบน้ำตาของเจ้า ข้าฯ เรียกร้องหาความยุติธรรมให้เจ้าได้ด้วยไฟแห่งอุดมการณ์ แต่ยามที่ไฟดวงนี้ถูกดับโดยไม่ใช่วิถีทางของมัน...ใครจะเรียกร้องหาความยุติธรรม ให้ข้าฯ

หมายเหตุผู้เขียน: ชมรมคนรักษ์ช้าง จัดตั้งเมื่อ 21 พ.ย. 2540 ณ บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์


ตัวอย่างบางตอน จากหนังสือ สื่อถ้อย ร้อยฝัน โดย ชวน เอมโอฐ
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ร้อยฝัน ราคา 60 บาท
หาซื้อได้ที่ ร้านนายอินทร์ ทุกสาขา และ ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป


กลับไปที่หน้าสารบัญ เรื่องสั้น / บทความ / ประสพการณ์ชีวิต
ชมรมเว็บเพจไทย ตั้งใจมุ่งมั่น สร้างสรรค์เพื่อมวลสมาชิก



เริ่มนับ 20 พฤศจิกายน 2547 เวลา 24.00 น.

ชมรมเว็บเพจไทย เป็นเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวสารและสาระความรู้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ ให้แด่สมาชิกและผู้สนใจทั่วไป
โดยไม่หวังผลประโยชน์ทางธุระกิจ [Non Profit Organization] ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2540
ข้อมูลข่าวสาร บทความ และภาพประกอบ ที่ไม่อ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์ สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต [Non Copyright]